
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายงานPrivate jet cabin attendant
1.คำถาม งาน **VVIP Flight Attendant (VVIP FA)** คืออะไร?
คำตอบ งาน **VVIP Flight Attendant (VVIP FA)** คือ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินส่วนตัว (Private Jet) หรือ Royal jets ซึ่งให้บริการแก่บุคคลสำคัญระดับสูง เช่น ผู้นำประเทศ, มหาเศรษฐี (UHNWIs), CEO, ผู้บริหารระดับโลก หรือสมาชิกราชวงศ์ โดยมีลักษณะการทำงานที่เป็นการดูแลแบบส่วนตัวและมีความละเอียดอ่อนสูงกว่าสายการบินพาณิชย์ทั่วไป
2.คำถาม เงินเดือนและสวัสดิการแตกต่างจากสายการบินพาณิชย์อย่างไร
คำตอบ
-
โดยรวมแล้วฐานเงินเดือนของ VVIP มักจะสูงกว่า ตอนนี้สถิติสูงสุดของนักเรียนครู ได้รวมสวัสดิการแล้วประมาณ 5-6 แสน THB เริ่ดเลยแหละ
-
มีค่าเบี้ยเลี้ยงรายชั่วโมงบิน Flying hours
-
มีค่าPer Diem (ค่าใช้จ่ายในการพักผ่อนระหว่างรอเที่ยวบิน) ที่สูงกว่า Commercial airlines
-
รวมๆทั้งเดือน โดยทั่วไปแล้ว รายได้หลักจะประมาณ100,000 THB ขึ้นไปค่ะ
-
ตารางงานที่ยืดหยุ่น อาจจะทำงานเดือนเว้นเดือน หรือ ทำงานสองสัปดาห์ หยุดสองสัปดาห์ แล้วแต่สัญญาค่ะ ช่วงเวลาที่หยุด ก็ได้เงินเดือนตามปกติเลยค่ะ
-
ตั๋วฟรีไปกลับ อาจจะได้ทั้งชั้นธุรกิจ หรือ Economy
-
มีโอกาสได้เรียนรู้ luxury lifestyle ต่างๆซึ่งสนุกดี ได้ช้อปปิ้งสำหรับไฟลท์ ได้เที่ยวได้เห็นเมืองต่างๆที่สายการบินทั่วไปไม่ได้บินไป และได้เข้าพักในโรงแรมระดับหรูหราทั่วโลก ได้ทำงานกับคนเก่งๆ เราจะได้พัฒนายกระดับมาตราฐานตัวเองขึ้นเยอะมาก
-
โอกาสและประสบการณ์ทำงานที่ต่อยอดในสาย VVIP Service ได้อีกมากมาย
-
ส่วนเรื่องได้ค่าทิป ได้สามีรวย อันนี้ผลพลอยได้ จะได้จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ โฟกัสที่งานกันดีกว่าค่ะ เราตั้งใจพัฒนาตัวเอง ทำงานให้ดีที่สุด เดี๋ยวผลลัพท์ได้มากกว่านี้อีกเยอะค่ะ
3.คำถาม ภาพรวมหน้าที่การทำงานของงาน VVIP FA ประมาณไหนคะ?
คำตอบ งานนี้ไม่ใช่แค่การเสิร์ฟอาหารหรือดูแลความปลอดภัย แต่คือการเป็น **"Lifestyle Manager"** บนน่านฟ้า โดยหน้าที่ครอบคลุมตั้งแต่:
* Pre-flight: วางแผนเมนูอาหาร (Catering) ตามความชอบส่วนบุคคล, จัดซื้อวัตถุดิบและของใช้ที่ผู้โดยสารต้องการ, จัดเตรียมดอกไม้และสร้างบรรยากาศในเคบิน
* In-flight: ให้บริการระดับไร้ที่ติ (Bespoke Service) โดยเน้นการคาดการณ์ความต้องการของผู้โดยสาร (Anticipatory Service) โดยไม่ต้องรอให้ร้องขอ
-
Post-flight: ดูแลความสะอาดเรียบร้อยของเคบิน จัดการสต็อกสินค้า และสรุปรายงานการใช้จ่ายในเที่ยวบิน
4.คำถาม ข้อดี ข้อเสีย ของงาน VVIP FA?
คำตอบ ข้อดีของงาน VVIP FA
* ผลตอบแทนและสวัสดิการระดับสูง: ฐานเงินเดือนมักสูงกว่าลูกเรือสายการบินพาณิชย์ และมักได้รับเบี้ยเลี้ยง (Per Diem) ที่ครอบคลุมการพักผ่อนในโรงแรมระดับ 5 ดาว รายรับต่อเดือนอยู่ระหว่าง 100,000 - 600,000 บาท
* โอกาสในการเดินทางอย่าง exclusive กว่า : มีโอกาสไปยังสถานที่ท่องเที่ยวหรือเมืองที่สายการบินพาณิชย์ไม่บินไป และมักมีเวลาพักผ่อน (Layover) ที่ยาวนานและอิสระกว่า
* เครือข่ายความสัมพันธ์ (Networking): การทำงานใกล้ชิดกับบุคคลระดับโลกช่วยเสริมสร้างความเป็นมืออาชีพและทัศนคติที่หาไม่ได้จากงานอื่น
-
ความเป็นอิสระในการทำงาน: VVIP FA มักมีอำนาจในการตัดสินใจเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเคบินของตนเอง ตั้งแต่การเลือกยี่ห้อไวน์ไปจนถึงการตกแต่งภายใน
ข้อเสียของงาน VVIP FA
-
ตารางบินอาจจะมีการแสตนด์บายเยอะในบางครั้ง ตามแต่ตารางงานของนาย แอร์ไพรเวทต้องใช้ความยืดหยุ่นสูง อาจจะไม่เหมาะกับคนที่เคลียร์ภาระส่วนตัวไม่ได้
-
อาจจะไม่เหมาะกับคนชอบทำงานทีมใหญ่ เพราะหลายๆไฟลท์คุณอาจจะต้องไปบินคนเดียว ตัดสินใจ รับผิดชอบงานด้วยตัวเอง ถ้าคุณชอบงานทำตามคำสั่ง คาดเดาได้ ชอบงานเหมือนเดิมตลอด ไม่ชอบดูแลลูกค้าวีไอพี จริตเราก็อาจจะไม่ค่อยตรงกับเนื้องาน
5.คำถาม จุดที่ทำให้คนสนใจและอยากเข้าสู่สายงานนี้ คืออะไรคะ?
-
เงินเดือนดี วันหยุดเยอะ งานสนุก ตารางงานอาจจะเดือนเว้นเดือน แต่ได้เงินเดือนเต็มทุกเดือน
-
ความท้าทายในมาตรฐานบริการ: สำหรับคนที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบ (Perfectionist) งานนี้คือเวทีที่ให้คุณได้แสดงศักยภาพด้านการบริการระดับ "White Glove Service" อย่างเต็มที่
* การได้รับประสบการณ์Lifestyle ที่หรูหรา: แม้จะเป็นการทำงานหนัก แต่สภาพแวดล้อมการทำงานอยู่บนเครื่องบินที่ตกแต่งอย่างหรูหรา และการได้เข้าพักในสถานที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟทั่วโลกเป็นแรงดึงดูดสำคัญ
* ความแตกต่างจากระบบ Routine: งาน VVIP ไม่มีตารางบินที่ซ้ำซาก ทุกเที่ยวบินคือประสบการณ์ใหม่ และความต้องการใหม่ๆ ทำให้งานมีความตื่นเต้นตลอดเวลา
* โอกาสการต่อยอดสายงานที่เหนือกว่าคนอื่น: การได้ชื่อว่าเป็น VVIP FA เป็นการการันตีคุณภาพว่าเป็นบุคลากรชั้นนำของอุตสาหกรรมการบิน ซึ่งสามารถต่อยอดไปสู่สายงานบริหารงานบริการระดับสูง (Luxury Management) ได้ในอนาคต
6.คำถาม งานVVIP Flight attendant นี้เหมาะกับใคร?
งานพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินระดับ VVIP มีเกณฑ์การคัดเลือกที่แตกต่างจากสายการบินพาณิชย์ทั่วไป โดยจะเน้นไปที่ภาพลักษณ์มืออาชีพและทักษะการจัดการ ( In flight service management ) เฉพาะตัวต่างๆ ดังนี้
1. อายุ ส่วนสูง และน้ำหนัก
งานนี้รับได้ทั้งชายและหญิง ข้อกำหนดด้านสรีระของ VVIP FA มักมีความยืดหยุ่นสูงกว่าสายการบินพาณิชย์ เนื่องจากไม่ได้ใช้เกณฑ์การคัดเลือกแบบกลุ่มใหญ่ (Mass Recruitment) แต่จะพิจารณาตามความเหมาะสมกับประเภทเครื่องบินและคุณสมบัติที่นายต้องการ
* อายุ: ส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 21 ปีขึ้นไป ไม่มีการกำหนดเพดานอายุที่ชัดเจนเหมือนสายการบินทั่วไป หลายบริษัทนิยมผู้สมัครที่มีวุฒิภาวะ (Maturity) อยู่ในช่วงอายุ 25 ถึง 45 ปี หรือมากกว่านั้น เพราะต้องการความสุขุม ประสบการณ์การทำงาน และการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ
* ส่วนสูง: โดยปกติจะพิจารณาที่ 158 ถึง 160 เซนติเมตรขึ้นไป เพื่อให้สามารถเอื้อมถึงอุปกรณ์ต่างๆในเคบินได้ แต่จุดที่สำคัญกว่าคือความสูงต้องสัมพันธ์กับประเภทเครื่องบิน (เช่น เครื่องบินขนาดเล็กเคบินจะเตี้ยกว่าเครื่องบินขนาดใหญ่)
* น้ำหนัก: ไม่มีตัวเลขกำหนดตายตัว แต่ต้องมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI) ที่อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม มีบุคลิกภาพที่ดูคล่องแคล่วและสมส่วนในชุดยูนิฟอร์ม ภาพรวมต้องดูดีค่ะ
2. ประสบการณ์ที่จำเป็น
ประสบการณ์เป็นส่วนที่ถูกนำมาพิจารณาแทนที่ "ชั่วโมงบิน" สำหรับผู้ที่ไม่เคยเป็นแอร์มาก่อน
* งานบริการระดับ High-end: ประสบการณ์จากโรงแรม 5 ดาว (ตำแหน่ง Butler, Guest Relations หรือห้องอาหาร Fine Dining) จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
* การบริหารจัดการความต้องการส่วนบุคคล: หากเคยทำงานเป็นเลขานุการผู้บริหารระดับสูง (Executive PA) หรือผู้ช่วยที่ดูแลลูกค้ากลุ่ม Ultra High Net Worth (UHNW) จะได้เปรียบมาก
* ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน: ความรู้เรื่องไวน์และซิการ์ (Sommelier), การจัดดอกไม้, หรือการทำอาหารระดับเชฟ
3. ใบอนุญาตและเอกสารสำคัญ (Licenses & Documents)
สำหรับการทำงานในระดับสากล เอกสารเหล่านี้ถือเป็นสิ่งที่ต้องเตรียมพร้อม
* Cabin Crew Attestation: ใบรับรองการผ่านการอบรมลูกเรือ (หากคุณมีประกาศนียบัตรรับรองการเรียนสำเร็จหลักสูตร VVIP Flight Attendant ก็จะมีประโยชน์ในการสมัครและสัมภาษณ์งาน เนื่องจากจะมีการสอบปฏิบัติด้วย และสายการบินบางแห่งก็จะส่งแอร์ไพรเวทไปอบรมเองเพื่อให้ได้ไลเซนซ์ของเครื่องบินนั้นๆหลังจากรับเลือกแล้ว)
* Medical Certificate: ใบรับรองแพทย์ด้านเวชศาสตร์การบิน เพื่อยืนยันว่าสุขภาพพร้อมสำหรับการทำงาน ไม่มีโรคติดต่อ ไม่ใช้สารเสพติด
* Visa & Passport: ต้องถือหนังสือเดินทางที่มีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน และไม่มีข้อจำกัดในการเข้าประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะวีซ่าสหรัฐอเมริกา (C1/D) และ วีซ่าเชงเกน
* Background Check: เอกสารตรวจสอบประวัติอาชญากรรม (Criminal Record Check) ซึ่งต้องสะอาด 100% เนื่องจากเป็นงานที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกับบุคคลสำคัญและทรัพย์สินมีค่า
4. คุณสมบัติเฉพาะ (Key Attributes)
* Language Skills: คะแนนภาษาอังกฤษ (TOEIC หรือ IELTS) ในระดับสูง สื่อสารทำงาน ประสานงาน แก้ปัญหาได้ (ท่องบทมาแค่สัมภาษณ์งานไม่พอแน่นอน) และหากพูดภาษาที่สามได้ เช่น ภาษาจีน ภาษาอาหรับ หรือภาษาฝรั่งเศส จะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก
* The Power of Discretion: ความสามารถในการเก็บความลับและไม่เปิดเผยความเป็นส่วนตัวของผู้โดยสาร ซึ่งเป็นจรรยาบรรณสูงสุดของสายงานนี้
-
Culinary & Plating Skills: ทักษะการจัดจานอาหาร (Food Plating) เพราะ VVIP FA ต้องนำอาหารจากร้านอาหารชั้นนำมาจัดลงจานบนเครื่องให้ดูสวยงามเหมือนทานที่ร้าน
7.คำถาม ความแตกต่างระหว่าง Corporate Flight Attendant (VVIP Flight attendant) กับ Commercial Flight Attendant เป็นอย่างไรบ้างคะ?
คำตอบ ความแตกต่างระหว่างพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินส่วนตัวและพนักงานต้อนรับบนสายการบินพาณิชย์ มีความชัดเจนในด้านขอบเขตหน้าที่ ความรับผิดชอบ และรูปแบบการทำงาน ดังนี้
1 การบริหารจัดการและอำนาจการตัดสินใจ
ในสายการบินพาณิชย์ ลูกเรือจะทำงานตามขั้นตอนมาตรฐานที่บริษัทกำหนดไว้ (Standard Operating Procedures) อย่างเคร่งครัด โดยมีระบบส่วนกลางสนับสนุนทุกด้าน แต่ในฐานะ Corporate Flight Attendant คุณคือผู้จัดการเที่ยวบินแบบครบวงจร ตั้งแต่การเลือกซื้อวัตถุดิบอาหาร การสั่ง Catering จากร้านอาหารระดับ Michelin Star การเลือกยี่ห้อไวน์ ไปจนถึงการจัดเตรียมนิตยสารที่ผู้โดยสารแต่ละท่านชอบโดยเฉพาะ
2 ขอบเขตหน้าที่ก่อนและหลังเที่ยวบิน
Commercial Flight Attendant จะเดินทางมาถึงเครื่องบินก่อนเวลาเพื่อตรวจเช็คอุปกรณ์ความปลอดภัยและเตรียมต้อนรับผู้โดยสารตามเวลาที่กำหนด แต่สำหรับ Corporate Flight Attendant งานเริ่มต้นก่อนวันบินหลายวัน คุณต้องติดต่อประสานงานกับตัวแทนภาคพื้นดิน จัดหาดอกไม้สด ตรวจสอบความสะอาดของทุกจุดในเคบินด้วยตนเอง ซื้ออาหาร และหลังจบเที่ยวบิน คุณต้องดูแลการทำความสะอาดเคบินให้อยู่ในสภาพใหม่เอี่ยมเสมอ รวมถึงการบริหารจัดการงบประมาณค่าใช้จ่ายทั้งหมดของเที่ยวบินนั้นๆ
3 จำนวนผู้โดยสารและรูปแบบการบริการ
สายการบินพาณิชย์เน้นการบริการคนจำนวนมากในเวลาที่จำกัด (Mass Service) แต่เครื่องบินส่วนตัวเน้นการบริการรายบุคคลแบบไร้ที่ติ (Bespoke Service) โดยมีผู้โดยสารเพียงไม่กี่ท่าน พนักงานต้องใช้ทักษะการคาดการณ์ความต้องการ (Anticipatory Service) เช่น การเตรียมเครื่องดื่มที่ผู้โดยสารชอบไว้ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เครื่องโดยไม่ต้องรอให้สั่ง
4 ตารางบินและความยืดหยุ่น
พนักงานสายการบินพาณิชย์จะมีตารางบินที่แน่นอนล่วงหน้าเป็นรายเดือน ในขณะที่ Corporate Flight Attendant ต้องมีความยืดหยุ่นสูงมาก ตารางบินอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามความต้องการของเจ้าของเครื่องบินหรือสมาชิก เช่น การเลื่อนเวลาบินเร็วขึ้นหรือช้าลง หรือการเปลี่ยนจุดหมายปลายทางกะทันหัน ซึ่งต้องการพนักงานที่พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงได้ทันที
5 สิทธิพิเศษและการเข้าถึงสถานที่
Commercial Flight Attendant มักจะบินเข้าสู่สนามบินหลักและพักในโรงแรมที่บริษัทจัดหาให้ตามสัญญา แต่ Corporate Flight Attendant มักได้เดินทางไปยังสนามบินขนาดเล็กที่หรูหราและเป็นส่วนตัว (FBO - Fixed Base Operator) และมักได้รับงบประมาณในการพักโรงแรมระดับ High-end ตามความเหมาะสมของภาพลักษณ์องค์กร
6 การรักษาความลับและจรรยาบรรณ
พนักงานเครื่องบินส่วนตัวต้องทำงานใกล้ชิดกับบุคคลสำคัญระดับโลก ข้อมูลการสนทนา แขกที่ร่วมเดินทาง หรือพฤติกรรมส่วนตัวของผู้โดยสาร ถือเป็นความลับสูงสุดที่ห้ามแพร่งพรายโดยเด็ดขาด จรรยาบรรณในการรักษาความลับ (Discretion) จึงเป็นสิ่งที่เข้มงวดกว่าสายการบินพาณิชย์อย่างมาก
สรุปคือ Commercial Flight Attendant เน้นการทำงานเชิงระบบและความปลอดภัยในระดับมวลชน ส่วน Corporate Flight Attendant คือการผสมผสานระหว่างพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บัตเลอร์ และผู้จัดการส่วนตัวที่ต้องดูแลทุกรายละเอียดเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของผู้โดยสารเพียงท่านเดียวหรือกลุ่มเดียวเท่านั้น
8.คำถาม ขั้นตอนและคำถามสัมภาษณ์งานเหมือนสมัครแอร์สายการบินพาณิชย์ทั่วไปมั้ยคะ?
ไม่เหมือนเลยค่ะ และ ยังมีสอบปฏิบัติ Silver Service ด้วยค่ะ ในประกาศรับสมัครงาน Corporate Flight Attendant บ่อยครั้งที่เราจะเห็นคำว่า ‘Certified Silver Service’ ที่หมายความว่ามีทักษะบริการระดับสูงค่ะ
หลักสูตรของ First class academy ครอบคลุมหัวข้อหลักที่จำเป็นสำหรับการสมัครงานและทำงานจริงค่ะ
ทำให้หลังจากเรียนจบไปแล้ว นักเรียนของเราสัมภาษณ์งานได้อย่างมั่นใจ เพราะมีการเตรียมตัวพร้อมกว่า และ ทำให้ประสบความสำเร็จได้งานบินไพรเวทตามที่ต้องการค่ะ
9.คำถาม ตารางงานของลูกเรือเครื่องบินส่วนตัวมีความแน่นอนหรือไม่
คำตอบ ตารางงานมักจะไม่แน่นอนและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามความต้องการของเจ้าของเครื่อง ลูกเรือจึงต้องมีความยืดหยุ่นในเรื่องเวลาสูงมาก (On-call) ซึ่งเป็นหัวข้อหนึ่งที่เวิร์คช็อปของเราจะสอนให้เข้าใจไลฟ์สไตล์ เนื้อหางานของ VVIP Flight attendant และ การทำงานให้ประสบความสำเร็จอย่างมีความสุขด้วย
10.คำถาม ต้องมีประสบการณ์สายการบินพาณิชย์มาก่อนกี่ปีถึงจะสมัครงาน VVIP ได้
คำตอบ ส่วนใหญ่ต้องการประสบการณ์อย่างน้อย 2 ถึง 3 ปี เพื่อให้มั่นใจว่ามีความรู้ด้าน และความคุ้นเคยกับ SOPs ในสายการบินมาอย่างดี แต่ครูเคยเห็นเคสที่มีทักษะด้านงานบริการโรงแรมระดับ 5 ดาว ลูกเรือยอร์ช หรือ Personal assistant ที่ได้งานนี้เหมือนกัน หากคุณมีทักษะสายงานบริการ หรือทักษะจำเป็นอื่นๆ เช่น ภาษาที่สามบางกรณีอาจได้รับพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ ถ้าหากไม่แน่ใจ ทักมาปรึกษาได้ค่ะ
11. คำถาม ไม่เคยมีประสบการณ์ดูแลเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวเลย จะสามารถผ่านการคัดเลือกได้จริงหรือไม่
คำตอบ เมื่อก่อนนี้ครูเคยตอบว่ายาก แต่ครูมีนักเรียนสองคนที่ไม่เคยเป็นแอร์มาก่อนเลย แต่ได้งานบินไพรเวทไปเรียบร้อยแล้ว วันนี้เลยขอตอบว่าเป็นไปได้ค่ะ
เพราะจุดประสงค์ของVVIP Flight attendant workshop คือการถ่ายทอดทักษะที่สายการบินพาณิชย์ไม่มีสอน เช่น การจัดเตรียมอาหารแบบ Fine Dining ด้วยตนเอง Catering and menu plan การจัดซื้อของขึ้นเครื่อง และ การดูแลบริการผู้โดยสารระดับสูง ซึ่งเป็นสิ่งที่ Corporate aviation มองหา และทุกวันนี้ครูมีข้อมูลวงในมากขึ้นด้วย มีประสบการณ์สอนมากพอที่จะชี้แนวทางได้แม่น เก็งข้อสอบตรง ช่วยให้ดึงจุดเด่นของนักเรียนแต่ละคนออกมาได้ค่ะ
12. คำถาม ส่วนสูงและอายุมีผลต่อการสมัครงาน VVIP Flight attendant มากน้อยเพียงใด
คำตอบ งานเครื่องบินส่วนตัวมักจะเปิดกว้างเรื่องอายุมากกว่าสายการบินพาณิชย์ โดยเน้นที่ประสบการณ์ คาแรคเตอร์ ทักษะ ความเข้าใจในงาน และความเป็นมืออาชีพ ส่วนเรื่องส่วนสูง น้ำหนัก บุคลิกโดยรวมต้องดูดีนะคะ ถ้าหาก น้ำหนักเกินBMI อายุเริ่มจะเยอะ (เกิดปีลึก) ภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ ประสบการณ์ในสายงานบริการไม่มี มีภาระครอบครัวที่ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เป็นคนไม่มั่นใจ ไม่กล้าทำงานกับกลุ่มลูกค้าวีวีไอพี ไม่ชอบงานที่ต้องดูแลใส่ใจลูกค้า ไม่ชอบทำความสะอาด ปูเตียง ล้างจาน แบบนี้อาจจะไม่เหมาะกับงานนี้ค่ะ ถ้าหากสนใจงานนี้จริงๆ ควรแก้ในจุดที่กังวลต่างๆก่อนค่ะ
13. คำถาม ต้องทำResumeแตกต่างจากการสมัครสายการบินปกติอย่างไร
คำตอบ Resume ของ VVIP Flight attendant ต้องเน้นให้เห็นว่าคุณเคยมีประสบการณ์ดูแลลูกค้ากลุ่มพรีเมียม มีทักษะจำเป็น สำหรับสายงาน Private aviation เช่น การจัดโต๊ะอาหาร ( Table lay up ) การจัดดอกไม้ ( Flower arrangement ) หรือ การนำเสนอเมนูอาหาร ( Catering plan ) เพื่อให้คณะกรรมการเห็นภาพว่าคุณสามารถบริหารจัดการห้องโดยสารด้วยตัวคนเดียวได้
ความเห็นส่วนตัวของครู การเขียนเรซูเมหลายๆหน้าเป็นการสร้างภาระให้ HR เสียเวลาเปล่าๆ ควรเขียนเรื่องที่สำคัญสำหรับสมัครงานบินไพรเวท ( Private Aviation ) เขียนเนื้อหาที่จำเป็น เพียง 1-2 หน้าก็เพียงพอแล้ว VIP Flight attendant resume ควรตรวจความเรียบร้อยก่อนส่งนะคะ Attention to details ก็เริ่มกันจากตรงนี้ที่ HR สังเกตเห็นได้เลยค่ะ
14. คำถาม การเรียนเวิร์คช็อปจะช่วยเรื่องเครือข่ายหรือการหาคอนเนคชั่นในวงการนี้อย่างไร
คำตอบ ในวงการเครื่องบินส่วนตัว Connection การบอกต่อหรือการแนะนำบุคคลมีความสำคัญมาก ครูทุกคนอยากจะช่วยดันนักเรียนให้สำเร็จสมหวัง แต่ในโลกแห่งความจริง Competencies ของเราคือปัจจัยสำคัญในการสร้าง Connection ค่ะ ฝีมือ การลงทุนพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้เราเป็นที่ยอมรับและบอกต่อ เป็นคนเก่ง ทัศนคติดี ไว้ใจได้ จนใครๆอยากส่งงานให้ น่าภูมิใจกว่า มั่นคงและไปได้ไกลกว่าเยอะค่ะ
ถ้าเรามาเรียนทำWorkshopอยู่ด้วยกัน คุณจะได้หลักฐานการเรียนจริงๆ มีคลิป มีรูปภาพจากการฝึกฝนมาจริงๆ และครูจะได้เห็นทักษะ บุคลิก ฝีมือ ได้รับรู้เรื่องที่เรากำลังกังวลอยู่และช่วยแนะนำ และก็จะได้รู้จักความต้องการของเรามากพอที่จะส่งงานที่เหมาะกับเราให้ได้ค่ะ ครูสอนการสร้าง VVIP FA resume และ โปรไฟล์Linkedin ที่ดึงจุดเด่นของเราออกมาสำหรับสมัครงานแอร์ไพรเวทค่ะ เรียนจบแล้วมีใบประกาศนียบัตร และขอปรึกษาทีหลังได้ค่ะ ( ครูตอบตามคิวนะคะ )
15.คำถาม ทักษะด้านภาษาที่สามจำเป็นมากน้อยแค่ไหนสำหรับงาน VVIP Flight attendant
คำตอบ ภาษาอังกฤษในระดับดีเยี่ยมคือมาตรฐานพื้นฐาน แต่หากคุณได้ภาษาที่สาม เช่น ภาษาจีน ภาษาอาหรับ รัสเซีย ญี่ปุ่น หรือ ภาษาฝรั่งเศส จะถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในการได้ทำงานกับเจ้าของเครื่องหรือบริษัทบริหารจัดการเครื่องบินที่มีฐานลูกค้าในภูมิภาคนั้นๆ สรุป ภาษาอังกฤษต้องดีนะคะ
16. คำถาม งาน VVIP FA / CFA ต้องทำหน้าที่ทำความสะอาดเครื่องบินเองจริงหรือไม่
คำตอบ จริงค่า ในส่วนของการดูแลความสะอาด ความเรียบร้อยก่อนผู้โดยสารมาถึงเครื่อง ระหว่างเที่ยวบินและหลังผู้โดยสารลงจากเครื่อง ลูกเรือต้องดูแลให้ห้องโดยสาร, Lavatory และ galley พื้นที่ต่างๆในเคบินอยู่ในสภาพเนี้ยบ เรียบร้อย ดูดฝุ่น ปูเตียง ล้างจาน ได้ทำแน่นอนค่ะ
17.คำถาม หลักสูตรเวิร์คช็อปครอบคลุมถึงการฝึกซ้อมความปลอดภัยเฉพาะรุ่นเครื่องบินหรือไม่
คำตอบ เวิร์คช็อปจะเน้นไปที่ทักษะการบริการระดับสูงและการจัดการในห้องโดยสาร (VVIP Protocols, Galley & Cabin management) ส่วนการฝึกความปลอดภัยเฉพาะรุ่นเครื่องบิน (Type Rating) เป็นสิ่งที่บริษัทผู้ว่าจ้างจะเป็นผู้ส่งคุณไปอบรมและออกใบรับรองให้หลังจากที่คุณได้รับการตอบรับเข้าทำงานแล้วค่ะ
18.คำถาม เรียนจบแล้วมีใบประกาศนียบัตรให้มั้ยคะ
ใช่ค่ะ ได้รับใบประกาศนียบัตร Certificate of completion เมื่อเรียนจบครบทุกหัวข้อค่ะ
19.คำถาม ขอทยอยลงเรียนทีละวัน หรือ สองวันได้มั้ยคะ? พอดีมีภาระกิจหรือต้องรีบกลับต่างประเทศค่ะ
ได้ค่ะ หากไม่สามารถเรียนติดต่อกันได้ทั้งสามวัน แจ้งครูเพื่อขอทยอยกลับมาเรียนได้นะคะ
แล้วกลับมาเรียนให้ครบนะคะ ถ้าหาย ครูตามนะ
20.คำถาม เรียนจบไปนานแล้ว แต่เพิ่งจะได้สัมภาษณ์งาน หนูลืมไปหมดแล้ว ครูช่วยด้วยค่ะ
คำตอบ เรียนทบทวนได้ฟรีค่ะ กลับมานั่งเรียนทบทวนได้ตามตารางวันที่มีworkshopนะคะ (เช็คavailabilityล่วงหน้ากับครูก่อนนะคะ) ส่งเรฟเสื้อผ้าหน้าผม การแต่งตัวไปสัมภาษณ์งานมาปรึกษาได้ค่ะ เรามีคู่มือการเรียนแจกให้ด้วย ถ้าหากมาไม่ได้จริงๆ อ่านทบทวนแล้วค่อยทักมาขอกำลังใจจากครูก็ได้ค่ะ
บางคนมีขอให้ครูสวดมนต์อธิษฐานให้ด้วย ครูก็... ก็ได้ สวดก็สวด
นักเรียนเราก็เก๋ๆ เป็นอะไรใหม่ๆ....
21.คำถาม ผู้ชายสมัครงานนี้ได้มั้ย โอกาสได้งานจะเป็นอย่างไร
คำตอบ เพื่อนรักสองคนของครู ก็เป็นสจ๊วตสายไพรเวททั้งคู่ค่ะ คนนึงเพิ่งได้ Netjets อีกคนอยู่ Globaljet
จริงอยู่ที่เรามักจะเห็นประกาศรับแอร์ไพรเวทผู้หญิงบ่อยกว่า
แต่ครูมองว่า หากมีความสนใจงานบินเครื่องบินส่วนตัว การเรียนเตรียมพร้อมไว้เลย คือโอกาสดีที่เราจะเป็นตัวเลือกที่พร้อมกว่า หากมีการประกาศรับลูกเรือผู้ชายทั้งในไทยและต่างประเทศเมื่อไหร่ ก็ยื่นสมัครได้เลยค่ะ Luxury aviation ต่างๆทั้งในเอเชีย อเมริกา ยุโรป มีลูกเรือชายทำงานเป็นเรื่องปกติมาก เราแค่อาจจะไม่ค่อยได้เห็นข้อมูลนี้ออกสื่อค่ะ
22.คำถาม ไม่เคยบินมาก่อน จะเรียนรู้เรื่องมั้ย
คำตอบ ครูมีอุปกรณ์การเรียนเยอะ ที่ช่วยให้เราเห็นภาพ เข้าใจได้ง่ายค่ะ
ที่ผ่านมา นักเรียนที่ไม่เคยเป็นแอร์มาก่อน เค้าก็เรียนเข้าใจได้ดี
และได้งานกันไปแล้วค่ะ
โชคดีที่เราเรียนกันที่สตูดิโอ เป็นworkshop จับมือทำจริงๆ
นักเรียนจะเข้าใจได้ง่ายกว่าค่ะ สงสัยตรงไหนก็ถามกันไปเลย
เพื่อนๆที่เป็นแอร์มาเรียนด้วยก็ใจดี ได้พบคอนเนคชั่นในสายงานนี้ด้วยค่ะ
ช่วยสนับสนุนกัน เราจะสบายใจกว่าค่ะ
23.คำถาม การเตรียมตัวก่อนมาเรียน ควรเตรียมอย่างไรบ้าง
คำตอบ หลังจากส่งหลักฐานการชำระเงินมาแล้ว
ทางทีมงานจะจัดส่งงาน ( VIP FA pre-course assignements )ให้ทำล่วงหน้า เพื่อเป็นการเตรียมงานของตัวเองมาตรวจและสอบถามกันในห้องค่ะ ถ้าหากพอมีเวลาทำ ก็จะได้เห็นภาพการทำงานได้ชัดเจนเลย
ใครยุ่งจริงๆ ไม่มีเวลาทำก็ไม่เป็นไร แจ้งครูได้ค่ะ แล้วก็มาเรียนไปพร้อมกันในที่สตูดิโอค่ะ
First class studio อยู่ที่ซอย พหลโยธิน69 นะคะ ปากซอยมีBTSสายหยุดค่ะ
อยู่ตรงแถวสะพานใหม่ เลยแยกหลักสี่ วัดพระศรี มานิดหน่อยค่ะ ดูตามGPSได้เลยค่ะ
https://maps.app.goo.gl/GWcsrMiNHNVR8dTn7
24.คำถาม ขอนัด Pre-screen กับครูได้มั้ยคะ
คำตอบ ได้ค่ะ ไม่มีค่าใช้จ่ายนะคะ สามารถนัดคุยผ่านZoom ได้ประมาณ 30 นาที หรือ นัดพบครูในวันที่มีworkshop ที่ First class studio เวลา1600 เป็นต้นไปค่ะ เตรียมคำถามมาให้ครบนะคะ
Contact
I'm always looking for new and exciting opportunities. Let's connect.
Thailand Office +66 0660645150
